หากกำลังมองหาเครื่องพิมพ์บัตรพนักงานและสงสัยว่าต้องใช้งบประมาณเท่าไร คำตอบคือไม่มีราคาตายตัว เพราะแต่ละรุ่นถูกออกแบบให้รองรับปริมาณงาน คุณภาพงานพิมพ์ และฟังก์ชันที่แตกต่างกัน การเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียวอาจทำให้ได้เครื่องที่ไม่ตอบโจทย์ และมีต้นทุนสูงกว่าในระยะยาว ดังนั้นควรพิจารณาลักษณะการใช้งาน จำนวนบัตรที่พิมพ์ต่อวัน และระบบที่ต้องการใช้งานร่วมกันก่อนตัดสินใจ เครื่องพิมพ์บัตรในปัจจุบันไม่ได้ใช้เฉพาะการทำบัตรพนักงานเท่านั้น แต่ยังรองรับการพิมพ์บัตรสมาชิก บัตรนักเรียน บัตรผู้มาติดต่อ บัตรประจำตัวหน่วยงาน และบัตรที่ใช้ร่วมกับระบบควบคุมการเข้าออกได้อีกด้วย จึงเป็นอุปกรณ์ที่หลายองค์กรให้ความสำคัญมากขึ้น
เครื่องพิมพ์บัตรพนักงาน ราคาแตกต่างกันเพราะอะไร
หลายคนค้นหาคำว่าเครื่องพิมพ์บัตรพนักงานราคาเท่าไหร่? แต่เมื่อเข้าเว็บไซต์ผู้จำหน่ายกลับไม่พบตัวเลขที่ระบุไว้โดยตรง สาเหตุไม่ได้เกิดจากการปิดบังข้อมูล แต่เป็นเพราะเครื่องแต่ละรุ่นมีรายละเอียดและอุปกรณ์ที่เลือกเพิ่มเติมได้หลายแบบ ทำให้ราคาขึ้นอยู่กับสเปกที่ลูกค้าเลือก
ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อราคา ได้แก่
- พิมพ์สีหรือพิมพ์ขาวดำ
- พิมพ์หน้าเดียวหรือสองหน้า
- ความละเอียดของงานพิมพ์
- ความเร็วในการพิมพ์
- รองรับบัตร RFID หรือ Smart Card
- ระบบเข้ารหัสข้อมูลบนบัตร
- ซอฟต์แวร์ออกแบบและจัดการข้อมูลบัตร
- อุปกรณ์เสริม เช่น โมดูลเคลือบบัตรหรือระบบป้อนบัตรอัตโนมัติ
ยิ่งเครื่องรองรับฟังก์ชันที่ซับซ้อนมากขึ้น ก็จะเหมาะกับองค์กรที่มีปริมาณงานสูงหรือมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยมากขึ้นตามไปด้วย สำหรับองค์กรที่ต้องการทราบงบประมาณที่เหมาะสม แนะนำให้ขอใบเสนอราคาจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมแจ้งจำนวนผู้ใช้งาน ลักษณะบัตร และปริมาณการพิมพ์ เพื่อให้ได้รับเครื่องที่เหมาะกับงานจริงมากที่สุด
เลือกเครื่องพิมพ์บัตรพนักงานอย่างไรให้คุ้มค่าการลงทุน
การเลือกเครื่องพิมพ์ที่เหมาะสมไม่ใช่การเลือกรุ่นที่แพงที่สุด แต่คือการเลือกให้ตรงกับลักษณะงาน หากเป็นสำนักงานขนาดเล็ก โรงเรียน หรือบริษัทที่พิมพ์บัตรเป็นครั้งคราว เครื่องระดับเริ่มต้นก็เพียงพอต่อการใช้งาน และช่วยประหยัดงบประมาณได้มาก ในทางกลับกันหากเป็นองค์กรขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ที่มีพนักงานจำนวนมาก หรือมีการออกบัตรใหม่ทุกวัน ควรเลือกเครื่องที่รองรับการทำงานต่อเนื่อง มีความเร็วสูง และรองรับการอัปเกรดฟังก์ชันในอนาคต อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือวัสดุสิ้นเปลือง เช่น Ribbon และบัตรพลาสติก รวมถึงบริการหลังการขาย เพราะสิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อต้นทุนการใช้งานในระยะยาวไม่แพ้ราคาเครื่อง
ก่อนเลือกซื้อควรพิจารณาประเด็นต่อไปนี้
- จำนวนบัตรที่ต้องพิมพ์ในแต่ละเดือน
- ต้องการพิมพ์สองหน้าหรือไม่
- ต้องเชื่อมต่อกับระบบควบคุมการเข้าออกหรือระบบ HR หรือไม่
- มีทีมงานดูแลเครื่องหรือจำเป็นต้องมีบริการหลังการขาย
- มีแผนขยายจำนวนผู้ใช้งานในอนาคตหรือไม่
หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกรุ่นใด สามารถดูรายละเอียดของเครื่องพิมพ์บัตรแต่ละรุ่น เพื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติและเลือกรุ่นที่เหมาะกับองค์กรได้ง่ายขึ้น
นอกจากราคาแล้ว ควรดูอะไรอีกก่อนตัดสินใจซื้อ
หลายองค์กรเลือกเครื่องจากราคาที่ถูกที่สุด แต่หลังใช้งานจริงกลับพบว่าไม่สามารถรองรับงานที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้องซื้อเครื่องใหม่ภายในเวลาไม่นาน
การประเมินต้นทุนที่แท้จริงควรมองภาพรวมทั้งอายุการใช้งาน ไม่ใช่เฉพาะราคาเริ่มต้น
ตัวอย่างสิ่งที่ควรเปรียบเทียบ ได้แก่
- อายุการใช้งานของเครื่อง
- ความง่ายในการเปลี่ยน Ribbon
- ค่าใช้จ่ายต่อการพิมพ์หนึ่งใบ
- การรับประกันและบริการซ่อม
- ความพร้อมของอะไหล่และวัสดุสิ้นเปลือง
- ความสามารถในการอัปเกรดระบบภายหลัง
อีกประเด็นที่หลายองค์กรให้ความสำคัญคือการออกแบบบัตรพนักงานให้มีความเป็นมืออาชีพ เพราะนอกจากความสวยงามแล้ว ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์องค์กร และเพิ่มความปลอดภัยในการระบุตัวตนของบุคลากรได้อีกด้วย นอกจากนี้หากกำลังวางแผนใช้งานระยะยาวควรศึกษาว่าเครื่องพิมพ์บัตรพิมพ์บัตรได้กี่ใบต่อวัน? เพราะปริมาณการพิมพ์ที่เหมาะสมของแต่ละรุ่นแตกต่างกัน หากเลือกเครื่องไม่ตรงกับปริมาณงาน อาจทำให้เครื่องสึกหรอเร็วกว่าปกติ และเกิดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเพิ่มขึ้น
เลือกผู้จำหน่ายที่มีประสบการณ์ ช่วยให้ใช้งานได้คุ้มค่ากว่า
เครื่องพิมพ์บัตรเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานต่อเนื่องหลายปี การเลือกผู้จำหน่ายที่มีความเชี่ยวชาญจึงสำคัญไม่แพ้การเลือกตัวเครื่อง บริษัท โปรเฟสชั่นแนล ไฮเทค ซัพพลาย จำกัด (PTS) เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องพิมพ์บัตรพลาสติก Evolis จากประเทศฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมจำหน่ายเครื่องพิมพ์สำหรับองค์กรและอุตสาหกรรมหลายประเภท ครอบคลุมทั้งการให้คำปรึกษา การติดตั้ง ซอฟต์แวร์ ระบบงาน และบริการหลังการขาย ทีมงานจะช่วยวิเคราะห์ลักษณะการใช้งานจริง เพื่อแนะนำเครื่องที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย โรงงาน หรือองค์กรขนาดใหญ่ ทำให้สามารถลงทุนได้อย่างคุ้มค่า และลดต้นทุนในระยะยาว หากต้องการทราบว่ารุ่นใดเหมาะกับองค์กรของคุณ สามารถติดต่อเพื่อขอใบเสนอราคาพร้อมรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ โดยไม่จำเป็นต้องเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว แต่เลือกจากความเหมาะสมของงานจริง เพื่อให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด