เครื่องพิมพ์บัตร Evolis Zenius 2 คือรุ่นอัปเกรดจาก Zenius 1 ที่พิมพ์บัตรสีเร็วขึ้น (180 ใบ/ชั่วโมง เทียบกับ 150 ใบ/ชั่วโมง) ความละเอียดสูงขึ้นถึง 1,200 dpi มีฟังก์ชันรีไรท์บัตร (ReWrite) ที่ Zenius 1 ไม่มี และรับประกันยาวขึ้นเป็น 3 ปี ส่วน Zenius 1 ยังคงตอบโจทย์งานพิมพ์บัตรพื้นฐานได้ดี ในราคาที่ประหยัดกว่า ถ้าอยากรู้รายละเอียดเชิงลึกว่าต่างกันตรงไหนบ้าง แล้วองค์กรแบบไหนควรเลือกรุ่นไหน บทความนี้สรุปให้ครบ อ้างอิงจากเอกสารเปรียบเทียบอย่างเป็นทางการของ Evolis ทุกวันนี้หลายองค์กรที่กำลังมองหาเครื่องพิมพ์บัตรสำหรับทำบัตรพนักงาน บัตรสมาชิก บัตรนักเรียน หรือบัตรผู้มาติดต่อ มักเจอคำถามเดียวกันคือ “ระหว่าง Zenius 1 กับ Zenius 2 เลือกตัวไหนดี” เพราะทั้งสองรุ่นอยู่ในตระกูลเดียวกัน หน้าตาคล้ายกันมาก แต่จริง ๆ แล้วมีจุดต่างในรายละเอียดที่ส่งผลต่อการใช้งานจริงไม่น้อยเลย
Zenius 1 กับ Zenius 2 ต่างกันอย่างไรในภาพรวม
Zenius เป็นตระกูลเครื่องพิมพ์บัตรขนาดเล็กจาก Evolis ประเทศฝรั่งเศส ออกแบบมาสำหรับองค์กรและธุรกิจ SME ที่ต้องการพิมพ์บัตรปริมาณน้อยถึงปานกลาง จุดเด่นคือขนาดกะทัดรัด ตั้งโต๊ะทำงานได้ ใช้งานง่าย และต้นทุนต่อใบต่ำ
Zenius 2 คือรุ่นต่อยอดของ Zenius 1 ที่ Evolis ปรับปรุงทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้ทันสมัยขึ้น โดยยังคงคอนเซปต์ “เครื่องเล็ก แต่ครบเครื่อง” (Simply Genius) เอาไว้ ความเปลี่ยนแปลงหลัก ๆ ที่เห็นได้ชัดคือ
- พิมพ์เร็วขึ้นทั้งงานสีและงานขาวดำ
- ความละเอียดสูงขึ้น พร้อม Color Profile ที่ Zenius 1 ไม่มี
- มีฟังก์ชันรีไรท์บัตร (เขียน-ลบข้อมูลบนบัตรซ้ำได้) ซึ่งเป็นของใหม่ทั้งหมด
- ซอฟต์แวร์รองรับทั้ง Windows และ macOS
- ระบบความปลอดภัยของตัวเครื่องและบัตรดีขึ้น
- รับประกันนานขึ้นจาก 2 ปี เป็น 3 ปี
พูดง่าย ๆ คือ Zenius 2 ถูกออกแบบมาให้ “ทำงานได้มากกว่าเดิม ในราคาที่ไม่ได้ต่างจากเดิมมาก” จึงเหมาะกับทั้งองค์กรที่เพิ่งเริ่มมองหาเครื่องพิมพ์บัตรเครื่องแรก และองค์กรที่ต้องการอัปเกรดจากเครื่องรุ่นเก่า
เปรียบเทียบสเป็คเครื่องพิมพ์บัตร Zenius 1 และ Zenius 2 แบบละเอียด
ตารางด้านล่างสรุปข้อมูลจากเอกสารเปรียบเทียบอย่างเป็นทางการของ Evolis (ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดเมษายน 2569) แบ่งเป็น 3 ด้านหลักตามที่คนส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญเวลาเลือกซื้อเครื่องพิมพ์บัตร
ประสิทธิภาพการพิมพ์ (Print Performance)
|
รายการ |
Zenius 1 |
Zenius 2 |
|---|---|---|
|
ระบบพิมพ์ |
Dye Sublimation สี / Thermal Transfer ขาวดำ |
เหมือน Zenius 1 + ฟังก์ชัน ReWrite |
|
รูปแบบการพิมพ์ |
เต็มขอบ ด้านเดียว |
เต็มขอบ ด้านเดียว |
|
ความละเอียด |
300 x 300 dpi |
300×300 / 300×600 / 300×1200 dpi |
|
ความเร็วพิมพ์สี |
150 ใบ/ชม. (24 วิ/ใบ) |
180 ใบ/ชม. (20 วิ/ใบ) |
|
ความเร็วพิมพ์ขาวดำ |
500 ใบ/ชม. (7.2 วิ/ใบ) |
700 ใบ/ชม. (5.1 วิ/ใบ) |
|
Color Profile |
ไม่มี |
มี ปรับสีในไดรเวอร์ได้ |
|
ฟังก์ชันรีไรท์บัตร |
ไม่มี |
มี 340 ใบ/ชม. (ลบ+พิมพ์), 600 ใบ/ชม. (พิมพ์อย่างเดียว) |
|
ประเภทบัตรที่รองรับ |
PVC, Composite PVC, PET, กระดาษ |
เหมือน Zenius 1 + บัตรรีไรท์ (Rewritable) |
|
ถาดป้อนบัตร |
50 ใบ อัตโนมัติ/แมนนวล |
50 ใบ อัตโนมัติ/แมนนวล |
|
ถาดรับบัตร |
20 ใบ |
25 ใบ (ด้านหน้า) + 50 ใบ (ด้านหลัง) |
ความปลอดภัย (Security)
|
รายการ |
Zenius 1 |
Zenius 2 |
|---|---|---|
|
การเข้ารหัสบัตร |
รองรับ Mag/Smart Card/Contactless* |
รองรับ Mag/Smart Card/Contactless* |
|
ความปลอดภัยของบัตร |
ไม่มี |
ริบบอน YMCKOO พิมพ์ลาย UV* หรือเคลือบสองชั้น (Double Overlay)* |
|
ความปลอดภัยของเครื่อง |
ล็อก Kensington® |
ล็อก Kensington® + ป้องกันหัวพิมพ์ + ระบบลบข้อมูลสำคัญอัตโนมัติ |
*ฟังก์ชันที่มีเครื่องหมาย * ใช้งานได้เฉพาะรุ่น Expert Version เท่านั้น
การใช้งานและความคุ้มค่า (User Experience)
|
รายการ |
Zenius 1 |
Zenius 2 |
|---|---|---|
|
ซอฟต์แวร์ออกแบบบัตร |
cardPresso XXS |
ID-ALL Starter Edition |
|
ไดรเวอร์พิมพ์ |
Evolis Premium Suite |
Evolis Premium Suite 2 (รองรับ Windows และ macOS) |
|
รองรับมือถือ |
iOS/Android ผ่าน Evolis Print Service App* |
iOS/Android ผ่าน Evolis Print Service App* |
|
หน่วยความจำ |
16–32 MB |
32 MB |
|
การเชื่อมต่อ |
USB + Ethernet* + มือถือ* |
USB + Ethernet* + มือถือ* |
|
ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม |
Sleep Mode |
Sleep Mode + ริบบอน EASY4PRO แบบไม่ใช้ตลับ (พลาสติกน้อยลง รีไซเคิลได้ บรรจุภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม) |
|
การรับประกัน |
2 ปี |
3 ปี |
|
ขนาด / น้ำหนัก |
195x205x315 มม. / 3.3 กก. |
196x205x310 มม. / 3.3 กก. |
จากตารางจะเห็นว่าจุดต่างที่สำคัญที่สุดคือ ความเร็วในการพิมพ์ ความละเอียด ฟังก์ชันรีไรท์บัตร และระยะเวลารับประกัน ส่วนขนาดตัวเครื่องและน้ำหนักแทบไม่ต่างกันเลย จึงยังคงตั้งบนโต๊ะทำงานหรือเคาน์เตอร์ได้สะดวกเหมือนเดิม
Zenius 1 หรือ Zenius 2 เหมาะกับใคร เลือกรุ่นไหนคุ้มกว่ากัน
เพราะทั้งสองรุ่นยังเป็นเครื่องพิมพ์บัตรระดับเริ่มต้นเหมือนกัน การเลือกจึงควรดูจากลักษณะงานเป็นหลัก ไม่ใช่แค่ราคา
เลือก Zenius 1 ถ้า
- พิมพ์บัตรปริมาณไม่มาก และไม่รีบเร่งเรื่องความเร็ว
- ต้องการเครื่องพิมพ์บัตรราคาประหยัดสำหรับงานพื้นฐาน เช่น บัตรสมาชิกร้านค้าขนาดเล็ก
- งบประมาณจำกัด และยังไม่จำเป็นต้องใช้ฟังก์ชันรีไรท์บัตร
เลือก Zenius 2 ถ้า
- ต้องการความเร็วในการพิมพ์ที่มากกว่า เหมาะกับองค์กรที่ออกบัตรพนักงานหรือบัตรนักเรียนจำนวนมากในแต่ละครั้ง
- ต้องการงานพิมพ์สีที่คมชัดกว่าเดิม ด้วย Color Profile ที่ช่วยจัดการโทนสีให้ตรงตามต้นฉบับ
- มีแผนใช้บัตรรีไรท์ เช่น บัตรจอดรถ หรือบัตรเข้าใช้ห้องประชุมชั่วคราว เพื่อลดต้นทุนบัตรใหม่ในระยะยาว
- ต้องการซอฟต์แวร์ที่รองรับทั้ง Windows และ macOS ในออฟฟิศเดียวกัน
- ให้ความสำคัญกับระยะเวลารับประกันที่ยาวนานกว่า และความปลอดภัยของข้อมูลบนตัวเครื่อง
โดยรวมแล้ว Zenius 2 ให้ความคุ้มค่ากว่าในระยะยาวสำหรับองค์กรส่วนใหญ่ เพราะได้ทั้งความเร็ว คุณภาพงานพิมพ์ และการรับประกันที่มากกว่า ในราคาที่ไม่ได้ต่างจาก Zenius 1 มากนัก