หากต้องพิมพ์บัตรพนักงานวันละ 50-100 ใบเป็นประจำ ควรเลือกเครื่องพิมพ์ระดับองค์กรที่รองรับการทำงานต่อเนื่อง มีถาดป้อนบัตรอัตโนมัติ และมีความเร็วเพียงพอต่อรอบงาน ไม่ควรตัดสินจากราคาเครื่องหรือจำนวนบัตรต่อชั่วโมงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูรูปแบบการพิมพ์ จำนวนด้าน ชนิดบัตร ต้นทุนวัสดุสิ้นเปลือง และบริการหลังการขายร่วมกัน องค์กรที่กำลังเปรียบเทียบเครื่องสำหรับฝ่ายบุคคล โรงงาน โรงเรียน หรือหน่วยงานที่ออกบัตรทุกวัน สามารถดูประเภทและรุ่นของเครื่องพิมพ์บัตรพนักงาน เพื่อประเมินเบื้องต้นก่อนเลือกสเปกได้
พิมพ์วันละ 50-100 ใบ ถือว่าเป็นงานระดับไหน
ปริมาณ 50-100 ใบต่อวันจัดเป็นงานระดับปานกลาง หากพิมพ์เฉพาะบางวัน เครื่องขนาดกะทัดรัดอาจรองรับได้ แต่ถ้าพิมพ์ทุกวันหรือมักสั่งพิมพ์ครั้งละหลายสิบใบ ควรเลือกเครื่องระดับองค์กรที่ออกแบบมาสำหรับการป้อนบัตรและรับบัตรเป็นชุด สิ่งสำคัญคือรูปแบบการทำงานจริง เช่น พิมพ์ 100 ใบรวดเดียวในช่วงเช้า ย่อมสร้างภาระต่อเครื่องมากกว่าการทยอยพิมพ์ตลอดวัน แม้จำนวนบัตรรวมจะเท่ากัน จึงควรแจ้งผู้จำหน่ายทั้งจำนวนต่อวัน ความถี่ และช่วงเวลาที่ต้องการให้งานเสร็จ
เครื่องที่เหมาะควรมีคุณสมบัติพื้นฐานดังนี้
ถาดป้อนบัตรอัตโนมัติอย่างน้อย 50-100 ใบ
รองรับการพิมพ์ต่อเนื่องโดยไม่ต้องพักเครื่องบ่อย
มีถาดรับบัตรเพียงพอกับงานแต่ละรอบ
แจ้งเตือนเมื่อบัตรติด ริบบ้อนใกล้หมด หรือถึงรอบทำความสะอาด
เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายขององค์กรได้สะดวก
เลือกสเปกอย่างไรให้เหมาะกับงานจริง
1. ดูความเร็วจากรูปแบบบัตรที่จะพิมพ์
ตัวเลขความเร็วต้องเทียบภายใต้รูปแบบเดียวกัน เพราะการพิมพ์ภาพสีเต็มใบใช้เวลามากกว่าการพิมพ์ข้อความสีเดียว ส่วนการพิมพ์สองหน้าก็ใช้เวลามากกว่าหน้าเดียว หากบัตรมีรูปพนักงาน โลโก้ ชื่อ และตำแหน่ง ควรพิจารณาความเร็วของงานสีจริง ไม่ใช้ตัวเลขสูงสุดของงานสีเดียวมาเป็นเกณฑ์
2. เลือกหน้าเดียวหรือสองหน้าให้ชัดเจน
หากด้านหลังมีเงื่อนไขการใช้บัตร ข้อมูลติดต่อองค์กร หรือรหัสสำหรับตรวจสอบ ควรเลือกเครื่องพิมพ์สองหน้าอัตโนมัติ เพื่อลดขั้นตอนกลับบัตรด้วยมือและลดโอกาสพิมพ์ผิดด้าน แต่ถ้าข้อมูลทั้งหมดอยู่ด้านหน้า เครื่องหน้าเดียวจะช่วยควบคุมงบประมาณได้ง่ายกว่า
3. ตรวจชนิดบัตรและระบบที่ต้องเชื่อมต่อ
บัตรพนักงานอาจเป็น PVC ธรรมดา บัตรแถบแม่เหล็ก หรือบัตร RFID สำหรับระบบเข้า-ออก เครื่องพิมพ์จึงต้องรองรับชนิดและความหนาของบัตร รวมถึงชุดเข้ารหัสที่องค์กรใช้ ควรตรวจสอบประเภทบัตร PVC และวิธีเลือกให้ตรงกับระบบ ก่อนสรุปสเปก เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาซื้อเครื่องแล้วใช้งานกับบัตรเดิมไม่ได้
4. คำนวณต้นทุนต่อใบและภาระดูแลรักษา
ควรพิจารณาราคาริบบ้อน จำนวนบัตรที่พิมพ์ได้ต่อม้วน บัตรเสียจากการทดลองพิมพ์ และอุปกรณ์ทำความสะอาดร่วมกัน เครื่องราคาต่ำอาจไม่ได้มีต้นทุนต่อใบต่ำเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อต้องพิมพ์หลายหมื่นใบตลอดอายุการใช้งาน
เครื่องระดับเริ่มต้นหรือระดับองค์กรเหมาะกว่ากัน
ถ้าเป็นงานสีหน้าเดียว ปริมาณไม่คงที่ และไม่ได้พิมพ์ 100 ใบต่อเนื่องทุกวัน เครื่องระดับเริ่มต้นถึงระดับกลางอาจเพียงพอ แต่หากออกบัตรวันละ 50-100 ใบเป็นกิจวัตร เครื่องระดับองค์กรจะเหมาะกว่า เพราะมีถาดบัตรใหญ่กว่า ทำงานต่อเนื่องได้สะดวก และรองรับการขยายระบบในอนาคต
ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Evolis สามารถพิจารณาตามลักษณะงานได้ดังนี้
Zenius 2: เหมาะกับงานหน้าเดียว ปริมาณน้อยถึงปานกลาง และมีพื้นที่ติดตั้งจำกัด ถาดป้อนรองรับ 50 ใบ และพิมพ์บัตรสีได้สูงสุด 180 ใบต่อชั่วโมงตามสเปกของรุ่น
Primacy 2: เหมาะกับการพิมพ์เป็นชุดและงานประจำขององค์กร ถาดป้อนและถาดรับรองรับ 100 ใบ พิมพ์สีหน้าเดียวได้สูงสุด 280 ใบต่อชั่วโมง และรองรับการเพิ่มระบบพิมพ์สองหน้าหรือชุดเข้ารหัส
ระบบ Retransfer: เหมาะกับงานที่ต้องการภาพเต็มขอบ รายละเอียดสูง บัตรชิปที่มีพื้นผิวไม่เรียบ หรือต้องการมาตรฐานด้านภาพและความปลอดภัยมากกว่างานทั่วไป
ตัวเลขข้างต้นเป็นความเร็วสูงสุดตามเงื่อนไขการพิมพ์ของแต่ละรุ่น ความเร็วจริงอาจเปลี่ยนไปตามแบบบัตร การส่งข้อมูล และการพิมพ์หน้าเดียวหรือสองหน้า หากต้องการเทียบคุณสมบัติหลายระดับ สามารถดูแนวทางเลือกเครื่องพิมพ์บัตร PVC รุ่นที่เหมาะกับงาน ประกอบการตัดสินใจ